สุราษฎร์,บ้านบึงไม่รอดร่วงตามปากน้ำโพ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สุราษฎร์,บ้านบึงไม่รอดร่วงตามปากน้ำโพ

ตั้งหัวข้อ  YALA_18 on Mon Oct 19, 2009 2:45 pm

ข้อมูลจาก http://www.coreballthai.com/

"ไดโนเสาร์พิฆาต" ขอนแก่น เอฟซี บุกไปทำได้แค่เสมอกับ การบินไทย-บ้านบึง ที่ต้องการชัยชนะในเกมนี้เพื่อหนีตกชั้นเช่นกันและจบลงที่สกอร์ 1-1 ถีบเจ้าถิ่นร่วงชั้นทันทีพร้อมกับ "เดอะ รูสเตอร์" สุราษฎร์ธานี ที่แม้จะเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ รัตนบัณฑิต ไปแบบสุดมันส์ 5-4 แต่ทำแต้มไม่ทัน ตามนครสวรรค์ลงสู่ลีกด.2 ซีซั่นหน้า ที่นัดสุดท้ายพ่าย จันทบุรี 2-7 ในศึกด.1 นัดปิดฤดูกาล เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา

การแข่งขันฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันนัดสุดท้ายของฤดูกาล

นครสวรรค์ 2 - 7 จันทบุรี

ที่สนามกีฬากลาง จ.นครสวรรค์ เจ้าถิ่น "สิงโตแดง" นครสวรรค์ ทีมบ๊วยของตาราง แข่ง 29 นัด มี 9 แต้ม เปิดบ้านพบกับทีม "กระต่ายหิน" จันทบุรี ทีมอันดับ 14 ของตาราง แข่ง 29 นัด มี 29 แต้ม โดยเกมนี้ทางฝั่งเจ้าถิ่นลงเล่นเพื่อให้ครบโปรแกรมเท่านั้น หลังจากตกชั้นไปตั้งนานแล้ว ผิดกับทางด้านทีมเยือนที่กำลังต้องการ 3 แต้มเป็นอย่างยิ่ง และต้องคอยลุ้นผลการแข่งขันของคู่แข่ง อย่าง การบินไทย-บ้านบึง และ สุพรรณบุรี ไปด้วย

เปิดฉากครึ่งแรกทีมเยือนหาจังหวะเข้าทำประตูได้มากกว่า และก็มาขึ้นนำ 1-0 น.23 จากการชาร์จของ สุรศักดิ์ คำพันธ์ และ น.27 สุรศักดิ์ คำพันธ์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ สิทธิชัย มัสบูงอ หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดไม่เหลือ จันทบุรี นำ 2-0

นาทีถัดมา จันทบุรี มาได้ประตูนำห่าง 3-0 จากการกระชากเข้าไปยิงของ ศิริศักดิ์ มัสบูงอ แต่นครสวรรค์ก็มาตีไข่แตกได้สำเร็จจากการยิงมุมแคบของ สมเกียรติ บุญรอด ให้ทีมไล่ตามมาเป็น 1-3 หมดครึ่งแรก จันทบุรี นำอยู่ 3-1

ครึ่งหลังเริ่มมาเพียง 5 นาทีเท่านั้น นอฮา ยานกู หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงให้จันทบุรีนำห่าง 4-1 หลังจากนั้นจันทบุรียังคงบุกต่อและมาได้ประตูนำอีกเป็น 5-1 จากการยิงของ สุรศักดิ์ คำพันธ์ เท่านั้นยังไม่พอ น.69 พิรุณ พะยิ้มประตูของนครสวรรค์เลี้ยงบอลออกมาไกลทำให้ถูกผู้เล่นจันทบุรีแย่งได้ ก่อนจะเป็น ศิริศักดิ์ มัสบูงอ ที่ยิงไกลเข้าไปให้ทีมนำ 6-1

น.84 จันทบุรีก็ยังไม่หยุดมาได้เพิ่มเป็น 7-1 จากการซัดของ พงษ์พันธ์ ไทรย้อย แต่นครสวรรค์ก็มาได้ประตูปลอบใจจากการชิพข้ามหัวประตูของ อานนท์ บุษผา ให้ นครสวรรค์ ตามมาห่างๆ 2-7 จบเกม นครสวรรค์ เปิดบ้านแพ้ให้ จันทบุรี 2-7 โดยเจ้าถิ่นจมบ๊วย ตกชั้นตามระเบียบ ขณะที่ จันทบุรี เก็บสามแต้มเพิ่มเป็น 32 คะแนน ขยับขึ้นอันดับ 13 หนีตกชั้นได้สำเร็จ

หลังเกม

เทวินทร์ ศรีวารี เฮดโค้ชนครสวรรค์ กล่าวว่า "ทีมเราเล่นกันเต็มที่แล้ว แต่ด้วยองค์ประกอบหลายๆ อย่างทำให้เราไม่ค่อยพร้อมมากนักในการเตรียมทีม ซึ่งเป้าหมายของเราอยู่ที่ปีหน้าในการเล่นดิวิชั่น 2"

ปัญญา การเจริญ กุนซือจันทบุรี เผยว่า "เกมนี้ลูกทีมเล่นได้ตามแท็คติคที่วางไว้จนสามารถเก็บชัยชนะได้ หลังจากพลาดเก็บแต้มมาหลายนัดแล้ว และสุดท้ายก็ดีใจที่สามารถพาทีมรอดจากการตกชั้นได้สำเร็จ ซึ่ง 3 คะแนนนี้สำคัญกับทีมเรามาก"

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : ศิริศักดิ์ มัสบูงอ กองหน้าจันทบุรี

การบินไทย บ้านบึง 1-1 ขอนแก่น

ที่สนามเบียร์ช้าง บ้านบึง "นกเหล็ก" การบินไทย บ้านบึง พบกับ "ไดโนเสาร์" ขอนแก่น โดยเกมนี้เจ้าถิ่นที่กำลังหนีตกชั้น ต้องการสามคะแนนเป็นอย่างมาก และลุ้นให้ สุพรรณฯ กับ จันทบุรี ทีมใดทีมหนึ่งไม่ชนะ ก็จะรอดตกชั้นทันที ขณะที่ ขอนแก่น ต้องชนะสถานเดียว และลุ้นให้ ศรีสะเกษ ไม่ชนะ ศุลกากร พวกเขาก็จะแซงขึ้นชั้นไปเล่น ไทยลีก ทันทีเช่นกัน

โดยก่อนเกมการแข่งขันคู่นี้ ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้สภาพสนามค่อนข้างแฉะ และแสงสว่างไม่เพียงพอ แต่ "เสือบอย" ไชยวัฒน์ กันสุธา ผู้ควบคุมการแข่งขัน ยังเห็นสมควรให้แข่งกันต่อไปได้ เนื่องจากมีผลต่อสถานการณ์ของทั้งสองทีมและคาดว่าฟ้าจะเปิดในอีกไม่ช้า

ซึ่งนัดนี้ "เสี่ยณพ" อรรณพ สิงโตทอง "เจ้าพ่อลูกหนังเมืองชล" ผู้จัดการทีม "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี รองแชมป์ ไทยลีก ครั้งล่าสุด ได้เข้ามานั่งชมเกมนี้ในสนามด้วย เช่นเดียวกับ ศศิศ สิงโตทอง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

สำหรับเจ้าถิ่น เกมนี้ไม่มีชื่อของ ภูริทัต จาริการนนท์ ดาวซัลโวประจำทีม ที่ติดสอบ แต่ยังมีชื่ออยู่ที่ม้านั่งสำรอง ส่วนทีมเยือนก็ดร็อป สรายุทธ วิเชียร กับ ชรินทร์ บุตรฮาด ศูนย์หน้าดาวรุ่งที่มีชื่อติดทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ไว้เพียงข้างสนามเช่นกัน เนื่องจากท้องเสียอย่างหนัก

เริ่มเกมมาได้ไม่ถึงนาที ทีมเยือนหวิดออกนำ เมื่อ อิสระพงษ์ ลิละคร ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษ ก่อนแตะบอลหลบ หัสชัย แสนกล้า นายทวาร การบินไทยฯ แต่จังหวะนี้แตะยาวเกินไป ถูกกองหลังเจ้าถิ่นตามมาสกัดไว้ได้ทัน

จากนั้นทั้งสองทีมพยายามเล่นเกมบุกด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ ไปหมด เนื่องจากฝนยังตกลงมาตลอด ทำให้นักเตะต่างลื่นล้มระเนระนาดกันเป็นแถว อีกทั้งหญ้าที่สนามเบียร์ช้าง ค่อนข้างสูง ทำให้ยากต่อการคอนโทรลบอล

จนมาถึง น.25 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูออกนำ เมื่อ นวพล ใจมั่น ได้ชาร์จระยะแค่ 5 หลาหน้าปากประตู แต่กลับแหย่เท้าวืดไปอย่างน่าเสียดาย หลังจากนั้นไม่นาน แฟนบอล ขอนแก่น ได้ตะโกนลงไปในสนามว่า "ศรีสะเกษ นำแล้ว!" ทำให้นักเตะทีมเยือน มีแรงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

น.30 ขอนแก่น ก็เกือบขึ้นนำจนได้ เมื่อ โรเมโอ กองหลังหัวทอง เติมเกมขึ้นไปและได้ยิงแฉลบนักเตะเจ้าบ้าน ก่อนบอลจะลอยโด่งและกำลังจะมุดเข้าประตูอยู่แล้ว แต่ หัสชัย แสนกล้า นายทวาร การบินไทยฯ ยังกระโดดปัดออกไปได้หวุดหวิด

ถัดมาอีกแค่นาทีเดียว กองเชียร์ทีมเยือนก็เกือบได้เฮอีกรอบ เมื่อ กามาร่า ได้โหม่งระยะแค่ 3 หลา แต่กลับหลุดกรอบออกไปอย่างเหลือเชื่อ ชวดได้ประตูขึ้นนำสุดๆ ก่อนที่ การบินไทยฯ จะส่ง ภูริทัต จาริการนนท์ ลงมาเล่นแทน อาณัต ดวงใหญ่

ท้ายเกมครึ่งแรกเจ้าบ้านเป็นฝ่ายได้ลุ้นประตูขึ้นนำหลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ ขณะที่ ขอนแก่น เปลี่ยนเอา ชรินทร์ บุตรฮาด ลงสนามมาแทน กามาร่า ก่อนผู้ตัดสินเป่านกหวีดยาวหมดเวลา ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลัง การบินไทยฯ ส่ง นพนนท์ คชพลายุกต์ ลงสนามมาแทน ศราวุฒิ สนธิปัญญา ขณะที่ทีมเยือนไม่มีการเปลี่ยนตัว ก่อนที่เริ่มเกมมาได้แค่นาทีเดียว นพนนท์ คชพลายุกต์ ตัวสำรองที่เพิ่งเปลี่ยนลงไปของเจ้าถิ่น ได้ยิงไกล 20 หลา บอลข้ามคานออกไปนิดเดียว

น.50 กองเชียร์เจ้าถิ่นได้แหกปากเฮกันลั่นสนาม เมื่อ พิชัย ปรีชาเชาวน์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายไปที่เสาแรกให้ ภูริทัต จาริการนนท์ ดาวยิงตัวเก่งขึ้นโหม่งเต็มศรีษะตุงตาข่าย ให้ การบินไทยฯ นำ 1-0

แต่ถัดมาอีก 8 นาที กองเชียร์ทีมเยอืนได้เฮบ้าง เมื่อ จัตตุพล ลัทธิเลาะ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายเช่นเดียวกัน ก่อนที่กองหลัง การบินไทยฯ จะโหม่งทิ้งออกมา แต่กลับไปเข้าทาง อดิศักดิ์ จารัตน์ ที่ยืนรอเก็บตกอยู่บนเส้น 18 หลากลางประตูพอดิบพอดี วอลเลย์ด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งเข้าขวามือ หัสชัย แสนกล้า นายทวาร บ้านบึง เข้าประตูไปอย่างสวยงาม ให้ ขอนแก่น ตีเสมอ 1-1

จากนั้นทั้งสองทีมต่างเปิดเกมบุกใส่กันอย่างสนุก น.65 การบินไทยฯ เกือบขึ้นนำอีกครั้ง เมื่อได้ฟรีคิก 25 หลากลางประตู และเป็น ภูริทัต จาริการนนท์ ที่รับหน้าที่ปั่น แต่จังหวะนี้ติดบล็อกมนุษย์กำแพงทีมเยือน ก่อนที่ นพนนท์ คชพลายุกต์ จะได้ซ้ำติดกองหลัง ขอนแก่น ออกหลังไปอีก

เกมของทีมเยือนถอยลงไปตั้งรับกันเยอะ และอาศัลจังหวะสวนกลับทำประตู แต่จังหวะสุดท้ายมักไปเสียบอลกันเอง ก่อนที่เกมจะเริ่มแรงขึ้น โดยมีการเสียบสกัดกันหลายครั้ง แต่ผู้ตัดสินยังสามารถควบคุมเกมไว้ได้

ท้ายเกมทั้งสองทีมเปิดเกมรุกแลกใส่กันอย่างสนุก แต่เป็นฝั่งทีมเยือนที่ได้ลุ้นมากกว่า โดยก่อนหมดเวลา 2 นาที ภูริทัต จาริการนนท์ ได้ยิงจ่อๆ แค่ 5 หลา หลุดกรอบไปอย่างเหลือเชื่อ และนาทีสุดท้าย นพนนท์ คชพลายุกต์ มีโอกาสกระชากบอลเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย แต่จังหวะนี้กลับรีบร้อนยิงเกินไป ทำให้บอลลอยโด่งข้ามคานออกไปแบบกองเชียร์เซ็ง

ก่อนที่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พิชิตพล ไชยสิทธิ์ ดาวเตะเจ้าถิ่น มีโอกาสวอลเลย์ตามน้ำตรงจุดโทษ ทว่ากลับซัดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย และผู้ตัดสนก็เป่านกหวีดจบเกมทันที การบินไทยฯ ทำได้แค่เสมอ ขอนแก่น 1-1 อกหักทั้งคู่

ทันทีที่จบเกม นักเตะทั้งสองทีมต่างรู้สถานการณืของตัวเองดี โดย การบินไทยฯ ต้องตกชั้นไปเล่น ด.2 ทำให้นักเตะถึงกับซึมกันเป็นแถว ขณะที่ ขอนแก่น ก็ไม่สามารถขึนชั้นไปเล่น ไทยลีก ได้ เนื่องจาก ศรีสะเกษ สามารถชนะ ศุลกากร 5-1 ชวดขึ้นชั้นไปอย่างน่าเสียดาย แต่แฟนบอลทีมเยือนยังคงร้องเพลง และให้กำลังใจนักเตะรวมถึง อ.ณรงค์ ท่วมไธสง เฮดโค้ชของทีม

หลังเกม

"โค้ชเหวา" วีรศักดิ์ เหมือนเตี๊ยะ นายใหญ่ การบินไทยฯ กล่าวว่า "เกมนี้เราทำได้ดีทุกอย่าง เพียงแต่จังหวะจบสกอร์ทำได้ไม่ดีเท่านั้นเอง ซึ่งการขาด ภูริทัต ตั้งแต่ต้นเกม ทำให้มีผลบ้าง ซึ่งในฤดูกาลหน้าคงต้องแล้ว แต่ผู้ใหญ่ว่าจะให้โอกาสทำทีมต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้หากได้รับโอกาส ก็มั่นใจว่าจะพาทีมกลับมาเล่น ด.1 ได้ภายใน 1 ปี เนื่องจากศักยภาพของนักเตะชุดนี้ มีดีพอที่จะขึ้นมาได้ หากไม่ย้ายออกไปเสียก่อน

ณรงค์ ท่วมไธสง เฮดโค้ช ขอนแก่น กล่าวว่า "ผลเสมอถือว่าโอเคแล้ว เพราะนัดนี้บอกตามตรงว่าเราไม่พร้อม เนื่องจากตัวหลักๆ มีอาการท้องเสียตั้งแต่เมื่อคืน ทำให้ต้องส่งเข้าโรงพยาบาลกันกลางดึก อีกทั้งสภาพสนามในวันนี้แฉะ ทำให้เล่นลำบาก ซึ่งจริงๆ แล้ว สถานการณ์ในการขึ้นชั้นของเราค่อนข้างลำบากอยู่แล้ว

แต่เกมนี้เด็กเล่นกับ การบินไทยฯ ที่หนีตกชั้นได้อย่างสนุก แสดงให้เห็นถึงสปิริตนักเตะทุกคนว่าเล่นอย่างเต็มที่ ซึ่งอย่างที่เคยบอกว่าต้องการเล่นเพื่อสร้างแรงศรัทธาจากแฟนบอล และถือว่าปีนี้ประสบความสำเร็จมากทีเดียว ซึ่งฤดูกาลหน้าหากได้โอกาสทำทีมต่อ ก็มีสิทธิ์ขึ้นชั้นได้เหมือนกัน"

คะแนนความสามารถของนักเตะทั้งสองทีม

การบินไทยฯ : หัสชัย แสนกล้า 5.5, ภาสกร คัณทักษ์ 5, เคนเน็ต 5, แบร์นาร์ด 5, นวพล ใจมั่น, พิชัย ปรีชาเชาวน์ 6.5 (ธนพล ห่วงประโคน 5), พรพจน์ อมรพรประเสริฐ 6, พิชิตพล ไชยสิทธิ์ 5.5, อมรพันธ์ หอมดวง 5.5, ศราวุฒิ สนธิปัญญา 5 (นพนนท์ คชพลายุกต์ 5), อาณัต ดวงใหญ่ 5 (ภูริทัต จาริการนนท์ 6)

ขอนแก่น : ปิยะวัฒน์ อินทรพิมพ์ 6, วุฒิศักดิ์ คำมูล 6.5, โรเมโอ 5.5, จัตตุพล ลัทธิเลาะ 5.5, สุรชาติ สิงห์โหงุ่น 5.5, ศุภกร ฆารดา 5.5, กฤษดา เหมวิวัฒน์ 6, จัตตุพล ลัทธิเลาะ 6, กามาร่า 5 (ชรินทร์ บุตรฮาด 5.5), อดิศักดิ์ จารัตน์ 6, อิสระพงษ์ ลิละคร 6

แมนออฟเดอะแมตช์ : วุฒิศักดิ์ คำมูล สวีปเปอร์ตัวเก่งของ ขอนแก่น

สุราษฎร์ธานี 5-4 รัตนบัณฑิต

ที่สนามกีฬากลาง จ.สุราษฎร์ธานี "เดอะ รูสเตอร์" สุราษฎร์ธานี เอฟซี ทีมรองบ๊วยของตาราง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ "หนุ่มลาดพร้าว" รัตนบัณฑิต ทีมอันดับ 6 ที่เอาตัวรอดไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยเกมนี้มีเดิมพันถึงความอยู่รอดของพลพรรคสุราษฎร์ธานี ในลีกดิวิชั่น 1 ปีหน้า เพราะพวกเขาต้องเก็บ 3 แต้ม ให้ได้สถานเดียว พร้อมกับลุ้นให้คู่แข่งที่หนีตายด้วยกันอย่าง สุพรรณบุรี, การบินไทย-บ้านบึง และ จันทบุรี พ่ายคู่แข่งด้วยกัน ถึงจะรอดตกชั้นได้

เริ่มครึ่งแรก ขุนพล "เดอะ รูสเตอร์" พยายามเดินหน้าบุกเข้าใส่อย่างหนัก เพื่อหวังเจาะประตูที่ต้องการให้ได้ แต่ก็เหมือนสวรรค์จะยังไม่เป็นใจ กลับต้องมาโดน รัตนบัณฑิต เบิกสกอร์นำหน้าไปก่อน 1-0 น.18 จากฝีเท้าของ ปรวัตร สิริวัฒนากร

แต่ถัด น.21 สุราษฎร์ธานี ก็ยังไม่ยอมถอดใจง่ายๆ และพวกเขาก็สามารถตามตีเสมอได้สำเร็จ จากการทำประตูของ ธีรยุทธ์ สืบศิลป์ ให้สุราษฎร์ธานีตามตีเสมอรัตนบัณฑิต 1-1

หลังจากที่ตามตีเสมอได้สำเร็จ ก็ทำให้สุราษฎร์ธานี ดูจะมีกำลังใจขึ้นมาอีกเพียบ น.41 กฤษดา กลางณรงค์ ก็ซัลโวตาข่าย ให้ เมืองร้อยเกาะ แซงนำ รัตนบัณฑิต 2-1 ในครึ่งแรก

ครึ่งหลัง สุราษฎร์ธานี ก็มาได้ประตูหนีห่างเป็น 3-1 จากการทำประตูของ ปิยะวัฒน์ ทองแม้น น.65 แต่ถัดมาอีกเพียงแค่ 5 นาที รัตนบัณฑิต ก็ยังไม่ยอมง่ายๆ ไล่ขึ้นมาเป็น 2-3 จนได้ จากฝีเท้าของ วุฒิพงศ์ เกิดกุล

เกมในช่วงที่เหลือดูเหมือนจะเข้าทางปืนของทีมเยือนแล้ว แต่ น.72 สุราษฎร์ธานี ก็ได้ประตูทิ้งห่างเพิ่มเป็น 4-2 จาก ประกิจ กอบวัฒนกุล ด้านรัตนบัณฑิต ก็ไม่ยอมถอดใจ น.86 ก็ไล่ขึ้นมาเป็น 3-4 จากฝีเท้าของ วุฒิพงศ์ เกิดกุล

ช่วงท้ายเกมทั้งสองทีมก็ยังดาหน้าบุกเข้าใส่กันอย่างไม่ลดละ และก็มาทำเพิ่มได้ฝั่งละหนึ่งตุง โดย สุราษฎร์ธานี ได้ก่อนจาก พงษ์เทพ หมัดสดาย น.88 ส่วน รัตนบัณฑิต ก็มาซัดปิดท้ายจาก วุฒิพงศ์ เกิดกุล น.90 และเป็นการทำแฮตทริกได้ในเกมนี้ของเจ้าตัว พร้อมกับขึ้นไปคว้าตำแหน่งดาวซัลโวอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยผลงาน 27 ประตู

จบเกม สุราษฎร์ธานี ก็เปิดบ้านเอาชนะรัตนบัณฑิตไปได้อย่างสนุก 5-4 แต่ 30 คะแนนที่ได้มาของเจ้าถิ่น ก็ยังไม่เพียงพอต่อการรอดตกชั้นอยู่ดี เพราะคู่แข่งที่หนีตกชั้นอย่าง สุพรรณบุรี และ จันทบุรี ต่างก็ซิวซัยเหนือคู่แข่งได้ด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งเหล่าขุนพล "เดอะ รูสเตอร์" ก็ต้องไปเริ่มต้นกันใหม่ในลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ ซีซั่นหน้ากันต่อไป

แหล่งข่าว :: http://www.siamsport.co.th/

YALA_18
Admin

จำนวนข้อความ : 765
Join date : 29/07/2009

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ