เชียงใหม่ควงสตูลลิ่ว,พิษณุโลกร่วงบอลซูปเปอร์แชมป์

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เชียงใหม่ควงสตูลลิ่ว,พิษณุโลกร่วงบอลซูปเปอร์แชมป์

ตั้งหัวข้อ  YALA_18 on Tue Jan 26, 2010 12:48 pm

ข้อมูลจาก http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/100125_206.html

"ขุนศึกฯ" สระบุรี เอฟซี โชว์ฟอร์มเฉียบ พลิกชนะ "สวาดแคท"นครราชสีมา เอฟซี 3-1 ยึดโควต้าเป็นที่2ของ สายบี เข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ ด้าน"พยัคฆ์เชียงใหม่" เชียงใหม่ ยูไนเต็ดแบ่งแต้ม สตูล 1-1 ด้านพิจิตรฯ พ่าย "กรุงเก่า" อยุธยาฯ 0-2 ส่วนพิษณุโลก เจ๊าม.เกษมบัณฑิต แบบโนสกอร์ ศึกลูกหนังซูปเปอร์แชมป์ภูมิภาค ครั้งที่ 1 ที่สนามจ.เชียงใหม่ และพิษณุโลก เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา

สระบุรี เอฟซี 3 - นครราชสีมา เอฟซี 1
ศึกลูกหนังซูปเปอร์แชมป์ภูมิภาค ครั้งที่ 1 ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่700ปี จ.เชียงใหม่ เป็นการแข่งขันในกลุ่มที่ 1 สายบี ระหว่าง"ขุนศึกฯ"สระบุรี เอฟซี ของกุนซือใหญ่"ชูศักดิ์ ศรีภูมิ"มีคิวพบกับ"สวาดแคท"นครราชสีมา เอฟซี ของทางด้าน"โค้ชแมน"แมน จันทนาม ซึ่งทั้งคู่หากอยากจะผ่านเข้ารอบตาม"เชียงราย ยูไนเต็ด"ที่เป็นอันดับ1เข้าไปเล่นในรอบรองฯต่อไปก็จะต้องเก็บชัยให้ได้ในนัดนี้ แต่หากผลการแข่งขันเสมอกันก็จะเป็นทางฝั่งสระบุรี เอฟซีที่จะได้เข้ารอบเป็นที่2ของสายหลังมีประตูได้เสียดีกว่า

เกมนี้สระบุรี เอฟซีดูจะได้เปรียบกว่าหลังได้พักมาหนึ่งวันเต็มๆ พร้อมกับสามารถจัดผู้เล่นตัวหลักอย่าง ยุทธพงษ์ ศรีละคร,อัคฟ่า ซีม่า,สมบูรณ์ ทรัพย์พาณิช และ ธีระเดช รักษาสัตย์ ลงเป็นจอทัพประจำแมตซ์นี้ ส่วนนครราชสีมา เอฟซีที่จะต้องกรำศึกเป็นเกมที่สองติดต่อกันหลังจากเพิ่งจะปราชัยต่อเชียงราย ยูไนเต็ด โดยยังคงใช้ผู้เล่นชุดเดิมไม่ว่าจะเป็น สุรเชษฐ์ เจริญสุข,อดิเรก คามตะสีลา,บุญฤทธิ์ ลาดกระโทก รวมถึง 2 ตัวใหม่อย่าง สันต์ พิมพ์อักษร และ ฐานวัฒน์ สมบัติวิโรจน์

เริ่มเกมในครึ่งแรกทั้งสองทีมต่างก็ใส่กันไม่มียั้งเพื่อประตูแรกที่ตัวเองต้องการ และเพียงแค่ น.11 นครราชสีมา เอฟซีก็ฉวยโอกาสทิ้มประตูออกนำ 1-0 จากการยิงไกลนอกกรอบเขตโทษของ ฐานวัฒน์ สมบัติวิโรจน์ ศูนย์หน้าตัวใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากบุรีรัมย์ เอฟซี ส่งผลให้ยอดทีมแห่งเมืองย่าโมได้เฮกันลั่น

หลังจากขึ้นนำก็ทำให้เกมของนครราชสีมา เอฟซีดูดีขึ้นและมีโอกาสที่จะต่อบอลตามช่องก่อนหาจังหวะสุดท้ายเข้าไปเจาะประตู แต่จังหวะปิดสกอร์ยังไม่เฉียบคมเท่าที่ควร ด้านสระบุรี เอฟซีก็เกือบที่จะได้เสียว น.32 จากการตั้งป้อมซัลโวหน้าปากประตูคนเดียวโล่งๆจากฝีเท้าของ ดาวูด้า แต่ก็ยังแรงเหินข้ามคานออกไป เวลาที่เหลือในครึ่งเวลาแรกทั้งสองทีมก็ยัทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบ45นาทีแรกนครราชสีมายังนำอยู่1-0

เข้าสู่ครึ่งเวลาหลังสระบุรี เอฟซีดูจะรุกหนักตั้งแต่ต้นเกม น.52 จากการลากบอลหลบแนวรับโคราช 5 รายของ สมบูรณ์ ทรัพย์พาณิช ก่อนที่จะได้กดเต็มแข้งขวาแต่จังหวะก็ยังไม่ตรงตัวนายด่านนครราชสีมา เอฟซีที่เซฟเอาไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ความพยายามของสระบุรี เอฟซียังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงในการไล่ล่าประตูตีเสมอ และก็มาประสบความสำเร็จจนได้จากการเลี้ยงเดี่ยวเข้าไปซัดมุมแคบบริเวณสุดเส้นหลังด้านขวาของ วาเลรี่ เอ็นโจมอน ปีกขวาผิวสีส่งให้แข้งขุนศึกตามตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ

หลังจากตีเสมอได้ก็ดูเหมือนเหล่าขุนพลสระบุรี เอฟซีจะได้ใจ และใน น.83 จากการใช้ความสามารถเฉพาะตัวของ สมบูรณ์ ทรัพย์พาณิช ที่เลี้ยงบอลเข้ากรอบเขตโทษก่อนที่จะโดนแนวรับสวาดแคทหวดล้มลง ผู้ตัดสินไม่รอเป่าเป็นลูกจุดโทษทันที และเป็นทางด้าน ภานุวัฒน์ พรมเย็น ที่รับอาสาซัดเข้าไปไม่เหลือซากให้สระบุรี เอฟซีพลิกแซงกลับมานำเป็น 2-1

ช่วงทดเจ็บ น.94 สระบุรี เอฟซี ก็ยังไม่หยุดยั้งเกมบุกและพวกเขาก็มาได้ประตูตอกฝาโลงจากการขึ้นโขกของโล่งๆของ วาเลรี่ เอ็นโจมอน และเป้นประตูที่สองของเจ้าตัวในแมตซ์นี้ จบเกมสระบุรี เอฟซีก็พลิกแซงกลับมาเอาชนะ นครราชสีมา เอฟซี ไปได้อย่างสนุก 3-1 และทำให้สระบุรี เอฟซีเก็บ3แต้มสำคัญส่งผลให้พวกเขาผ่านเข้ารอบต่อไปด้วยการเป็น 2 ของสายบีตามทางด้านจ่าฝูง"เชียงราย ยูไนเต็ด"เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วน"นครราชสีมา เอฟซี"ลงสนาม 2 นัดแพ้รวดตกรอบแรก

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ - วาเลรี่ เอ็นโจมอน ปีกขวาสระบุรี เอฟซี ผู้เบิ้ล2ตุงและมีส่วนสำคัญในการพาสระบุรี เอฟซีผ่านเข้าสู่รอบรองฯ

เชียงใหม่ เอฟซี 1 - สตูล ยูไนเต็ด 1
ส่วนคู่ที่สองเป็นการพบกันของ2ทีมที่ผ่านเข้ารอบรองฯไปแล้วประจำสาย เอ ระหว่าง"พยัคฆ์เชียงใหม่"เชียงใหม่ เอฟซี เจ้าภาพประจำการแข่งขันในกลุ่มที่ 1 ลงสนามพบกับ"หมอผี"สตูล ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งปักษ์ใต้ ซึ่งหากทีมไหนสามารถเก็บชัยชนะในเกมนี้ได้ก็จะเข้ารอบไปเป็นที่1ของสายทันที แต่หากเสมอกันก็ยังเป็นทางเชียงใหม่ เอฟซีที่มีผลต่างประตูได้เสียที่เหนือกว่าและจะเป็นที่1ของสายทันที

นัดนี้"โค้ชปอนด์"สฤษดิ์ วุฒิช่วย เทรนเนอร์พยัคฆ์เชียงใหม่ก็ยังคงจัดทัพใหญ่ไม่ว่าจะเป็น เอกลักษณ์ ทองกริต,ภานุวัฒน์ อาจอินทร์,เสน่ห์ ลังแก้ว และ อนุชา ไชยวงศ์ ลงลุยเป็นผู้เล่นชุดแรก ส่วน"สุเทพ ปิ่นทองพันธ์"เฮดโค้ชสตูลขอเก็บตัวหลักอย่าง"พิเชษฐ์ สาดีน"เอาไว้ที่ข้างสนามเพื่อความสดในรอบต่อไป แต่ก็ยังมีทางด้าน ไชยา นัครี และ อนันต์ ยางะ เป็นจอมทัพลงซดกับเจ้าภาพ โดยเกมนัดนี้ได้รับเกียรติจาก"อุดรพันธ์ จันทรวิโรจน์"นายกสมาคมกีฬาจ.เชียงใหม่ในฐานะประธานสโมสรฯ พร้อมด้วย"สมชาย วงศ์ษา"บิดา"ใหม่"ภานุพงษ์ วงศ์ษา ปราการหลังทีมชาติไทยและเมืองทองฯยูไนเต็ดที่เข้ามาให้กำลังใจทีมเชียงใหม่ฯอย่างใกล้ชิดติดขอบสนาม

เริ่มเกมในครึ่งเวลาแรก น.4 ลูกทีมของ"โค้ชปอนด์"สฤษดิ์ วุฒิช่วย กุนซือใหญ่เชียงใหม่ เอฟซีก็เดินเครื่องบุกตามจังหวะของเสียงกลองที่เหล่าแฟนคลับต่างก็ช่วยกันกระตุ้นให้เร่งเบิร์กสกอร์ และก็เกือบที่จะได้ลุ้นจากการลากเดี่ยวขึ้นมาสุดเส้นหลังด้านขวาของ อภิชัย กุออ ปีกขวาจอมลุยก่อนที่จะหาจังหวะซัดเต็มแรง ยังดีที่แนวรับสตูล ยูไนเต็ดยังช่วยกันบล็อกเอาไว้ได้ทัน

เกมบุกของพยัคฆ์เชียงใหม่ยังดูดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งน.28 พวกเขาก็มาได้ประตูออกนำ 1-0 จากการยิงฟรีคิกลูกสูตรของ อนุชา ไชยวงศ์ ที่วิ่งเข้ามากดด้วยขวาเปี้ยงเดียวบอลแรงพุ่งเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงามให้เชียงใหม่ เอฟซี ออกนำ 1-0 และทำให้เชียงใหม่ เอฟซีดูท่าว่าจะเล่นกันง่ายขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือ

แต่แล้วในช่วงทดเวลาเจ็บ น.47 สตูล ยูไนเต็ดก็มาตามตีเสมอได้สำเร็จจากการทำชิ่งหน้ากรอบเขตโทษก่อนที่จังหวะสุดท้ายจะเป็นทางด้าน ธันวา พยายาม ที่จัดการแปรโล่งๆหน้าปากประตูเข้าไปให้สตูลตีเสมอในครึ่งแรก 1-1

เข้าสู่ครึ่งหลัง"หมอผี"สตูล ยูไนเต็ด ก็เปิดฉากได้สวยและเกือบที่จะได้ประตูขึ้นนำ น.50 จากการเข้าชาร์จหน้าปากประตูของ พอล ยีนส์ กองกลางร่ายยักษ์แต่จังหวะนี้ก็ยังโดนบอลไม่ดีหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

อีกครั้งกับจังหวะที่เกือบได้ลุ้นของสตูล น.57 จากการตั้งป้อมยิงไกลนอกกรอบเขตโทษของ พิเชษฐ์ สาดีน กองหน้าจอมเก่าที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมา แต่จังหวะนี้ก็ยังไปติดเซฟธีระศักดิ์ กาวิชัย ที่พุ่งปัดออกหลังไว้ได้ทัน

น.74 แม้รูปเกมส่วนใหญ่ของเชียงใหม่ เอฟซี ดูท่าจะเป็นรองในครึ่งหลังแต่ก็มีจังหวะบุกขึ้นมาจนเกือบได้เฮจากการเก็บตกแถวสองของ ณัฐพล เจริญพร ที่ได้ง้างเต็มเท้าแต่ก็ยังแรงเหินข้ามคานออกไปอีกจังหวะ เวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่สามารถทำอะไรกันเพิ่มได้อีก จบเกมเชียงใหม่ เอฟซี ก็ทำได้แค่เสมอกับสตูล ยูไนเต็ด 1-1 แต่ทั้งคู่ก็ควงกันผ่านเข้าสู่รอบต่อไป โดยเชียงใหม่ เอฟซี ผ่านเข้าเป็นที่1ส่วนสตูล ยูไนเต็ด เข้ารอบเป็นที่2ของสาย

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ พอล ยีนส์ มิดฟิลด์จอมทึกแห่ง"หมอผี"สตูล ยูไนเต็ด

อยุธยาฯ 2 - พิจิตรฯ 0
คู่แรกของสนามกีฬากลาง จ.พิษณุโลก เป็นการแข่งขันในกลุ่มที่ 2 ของสาย ดี ระหว่าง “กรุงเก่า” อยุธยาฯ ที่นัดแรกเสมอ เลยฯ 0-0 พบกับ “ชาละวัน” พิจิตรฯ ที่นัดแรกเสมอกับ เลยฯ เช่นกัน 0-0 ซึ่งหากทั้งคู่เสมอกันจะจับสลากหา 2 ทีมเข้ารอบทันที เนื่องจากมี 2 คะแนนเท่ากันทังสามทีม ทว่าหากมีผลแพ้ชนะ ทีมที่แพ้จะตกรอบทันทีเช่นกัน แถมยังส่ง เลยฯ เข้ารอบในฐานะอันดับ 2 ของสายอีก

สำหรับ 11 คนแรกที่ สมพงษ์ วัฒนา โค้ชใหญ่ของ อยุธยาฯ ส่งลงสนาม นำโดย พิพัฒน์ พิลารักษ์, ไพรัช ลิ้มเกียรติสถาพร, ยุรนันท์ อุ่นศรี ฯลฯ ด้าน พิจิตรฯ ยังให้ ศุภกร นาคน้อย ยืนล่าตาข่ายกับ พิสุฐ ยืนยิ่ง เช่นเดิม ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัด โดยเกมวันนี้ ดร.ปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการ จ.พิษณุโลก ได้ให้เกียรติเข้ามาชมเกมถึงขอบสนามด้วย

เปิดฉากมาทั้งสองทีมที่ต้องการชัยชนะ ต่างเปิดเกมรุกแลกกันตั้งแต่ต้นเกม แต่ด้วยสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนทำให้จังหวะสุดท้ายยังทำได้ไม่ดีพอทั้งสองฝ่าย น.14 พิจิตรฯ ชวดขึ้นนำสุดๆ เมื่อได้ฟรีคิก 25 หลา เอกสถา ธัญญกรรม รับหน้าที่ปั่นตรงตัว ไซนี่ นายทวารผิวสี อยุธยาฯ ทว่ากลับรับกระฉากเข้าทางปืน สุทน กุลมัย ที่ตามเข้ามาซ้ำดาบสองแค่ 3 หลา ชนเสาก่อนบอลผ่านหน้าประตูอย่างเหลือเชื่อ ก่อนที่เวลาที่เหลือ “ชาละวัน” จะเป็นฝ่ายครองบอลบุกได้มากกว่าชัดเจน แต่จังหวะยิงประตูยังไม่คมพอ ทำให้จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังเริ่มเกมมาได้ไม่ถึงนาที “กรุงเก่า” เกือบขึ้นนำไปก่อน เมื่อ ไพรัช ลิ้มเกียรติสถาพร กระชากบอลเข้าไปในเขตโทษ ก่อนซัดด้วยซ้าย แต่ติดบล็อก คำแก้ว โสภา นายทวาร พิจิตรฯ ที่ออกมาปิดมุมไว้ทัน จากนั้น “ชาละวัน” ที่ขนกองเชียร์มาแบบเต็มสตรีม พับสนามบุกอย่างเห็นได้ชัด และมีโอกาสทั้งยิงและโหม่งแบบนับไม่ถ้วน แต่ก็ไม่สามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้เสียที

จนกระทั่ง น.86 แฟนบอล พิจิตรฯ ลมแทบจับทั้งสนาม เมื่อ ศิวะพงศ์ เจริญศิลป์ นักเตะตัวสำรองที่เปลี่ยนลงไปของ อยุธยาฯ ยิงฟรีคิก 35 หลา บอลตกพื้นหนึ่งครั้งก่อนทำให้ คำแก้ว โสภา นายทวาร “ชาละวัน” กะจังหวะพลาด บอลเลยข้ามตัวเข้าประตู ให้ “กรุงเก่า” นำ 1-0 และนาทีสุดท้าย ธนพิพัฒน์ นาเมืองรักษ์ นักเตะ พิจิตรฯ ไปทำฟาล์วนักเตะ อยุธยาฯ ในจังหวะดหลุดเดี่ยว ทำให้โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป และจากลูกฟรีคิก 25 หลา ศิวะพงศ์ เจริญศิลป์ เจ้าเก่ารับหน้าที่สังหารไม่พลาด ให้ อยุธยาฯ ชนะ พิจิตร 2-0 ส่งผลให้ อยุธยาฯ เข้ารอบในฐานะอันดับ 1 ของสาย ขณะที่ เลยฯ เข้าเป็นอันดับ 2 ส่วน พิจิตรฯ ตกรอบแรก

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : ศิวะพงศ์ เจริญศิลป์ ตัวสำรองของ อยุธยาฯ ที่เปลี่ยนลงไปและยิงประตูชัย

พิษณุโลก 0- ม.เกษมบัณฑิต 0
คู่ต่อมาเป็นการแข่งขันในสาย ซี ระหว่างเจ้าภาพ “สองแคว” ที่นัดแรกแพ้ นราฯ เละเทะ 1-4 พบกับ ม.เกษมบัณฑิต ที่นัดแรกแพ้ นราฯ มาเช่นเดียวกัน 0-1 ซึ่งทั้งคู่ต้องชนะเท่านั้น ถึงจะตาม นราฯ เข้ารอบในฐานะอันดับ 2 ของสาย แต่หากเสมอกัน ม.เกษมฯ จะเข้ารอบทันที เพราะมีลูกได้เสียดีกว่า

โดยเกมนี้เจ้าถิ่นส่ง ยุทธพงษ์ อินทร์น้อย ลงทำเกมรุกเช่นเคย พร้อมด้วยติณภพ กรดนวม, ภัคพชชนัน รัศมี, วีรวุฒิ ขุนโต ขณะที่ ม.เกษมฯ มี ฉัตรมงคล หล้าโสม คอยล่าตาข่ายเช่นเดิม ท่ามกลางแฟนบอล พิษณุโลก ที่แห่เข้ามาเชียร์ทีมรักของตนเองแน่นสนามเช่นเดิม
เปิดฉากมา “สองแคว” เปิดเกมบุกตั้งแต่นาทีแรก และมีโอกาสยิง 2-3 ครั้ง แต่ยังขาดความเฉียบคมเหมือนเดิม และ น.22 พิษณุโลก ได้ลุ้นอีกครั้ง เมื่อ ยุทธพงศ์ อินทร์น้อย เปิดฟรีคิกจากริมเส้นฝั่งซ้ายให้ ศุภากร หมอรักษา ที่เติมมาโหม่งเต็มศรีษะที่เสาสอง แต่ไม่ผ่านมือนายทวาร ม.เกษมฯ

น.34 ไพจิตร ธรรมบันเทิง ดาวยิงอาคันตุกะจากเมืองหลวงได้ลองสับไกยิง 20 หลา แต่เข้ามือ วิทยา นันตา ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่นรับสบาย จากนั้น “สองแคว” ยังคงทำเกมบุกได้ดีกว่า แต่ไม่สามารถจบสกอร์ได้ซักที จนกระทั่งจบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังเริ่มมาได้ 3 นาที แอนเนี่ยล ดาวเตะผิวสีของ พิษณุโลก ได้ยิงเหน่งๆ ด้วยซ้ายประมาณ 10 หลา แต่ติดเซฟของ ภาคภูมิ ทมมา นายทวาร ม.เกษมฯ ที่ใช้ขาเซฟไว้ได้หวุดหวิด หลังจากนั้น “สองแคว” พับสนามบุกอย่างชัดเจน และมีโอกาสได้ลุ้นจากฟรีคิกบริเวรริมเส้นที่เปิดเข้าไปหลายครั้ง รวมถึงการยิงเหน่งๆ ของ ยุทธพงศ์ อินทร์น้อย แต่ไม่สามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้เสียที

และเกมดำเนินมาถึงช่วงท้าย น.77 สุรเชษฐ์ สถาวรวณิชย์ ดาวเตะ พิษณุโลก ไปหวดผู้เล่นทีมเยือน ทำให้โดนใบเหลืองที่ 2 กลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป ก่อนที่เวลาที่เหลือเจ้าบ้านจะพยายามเปิดเกมบุกอย่างหนักแต่ไม่สามารถตีเสมอได้ ทำให้จบเกมทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0 ส่งผลให้ พิษณุโลก ตกรอบแรกอย่างน่าเสียดาย
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : กษิณ พรหมเพศ กองหลังตัวเก่งของ ม.เกษมบัณฑิต

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันนัดต่อไป จะเป็นการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศฯ ของแต่ละกลุ่ม โดยจะแข่งขันในวันอังคารที่ 26 ม.ค. กลุ่ม 1 ที่ จ.เชียงใหม่ ณ สนามกีฬา จ.เชียงใหม่ คู่แรก เชียงใหม่ฯ พบ สระบุรีฯ เวลา 16.30 น. คู่ที่สอง เชียงรายฯ พบ สตูลฯ เวลา 18.30 น. ที่ จ.พิษณุโลก ณ สนามกีฬากลาง จ.พิษณุโลก คู่แรก นราธิวาสฯ พบ เลยฯ เวลา 16.30 น. และอยุธยาฯ พบ ม.เกษมบัณฑิต เวลา 18.30 น. โดยที่สนามกีฬากลาง จ.พิษณุโลก นอกจากจะฟุตบอลแข่งแล้ว ยังมีมหกรรมอาหารให้กับแฟนบอลได้ลิ้มลองกันอีกด้วย

YALA_18
Admin

จำนวนข้อความ : 765
Join date : 29/07/2009

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ